รีไฟแนนซ์มอไซค์ / เมื่อเพื่อนของคุณที่ไม่ได้พบหน้าพบตามานาน ทักมาหาคุณว่า “มีให้ยืมซัก 3,000 บาท มั้ย?”

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน ตัวผมชื่อโหน่งนะครับ วันนี้มีเรื่องราวที่ผมกำลังเป็นกังวลมากพอสมควร อยากเอามาแชร์ให้เพื่อนๆได้ลองอ่านและช่วยผมวิเคราะห์ด้วยนะครับ

            เดิมทีก่อนหน้านี้ ผมได้ประสบกับเรื่องที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ กับการให้ ”คนอื่น” “รุ่นน้อง” แม้กระทั้ง “เพื่อนที่ทำงาน” ยืมเงิน แม้ว่าพวกเขาจะอ้างว่า “จำเป็นจริงๆ” หรือ “ขอยืมแค่ 500 บาท ถ้าไม่มีจริงๆ 200-300 บาท ก็ยังดี” และบางครั้งที่ผมถูกยืมเงิน ผมกลับรู้สึกว่า ตัวผมกลับกลายเป็นลูกหนี้เสียเอง 5555+

            เข้าเรื่องเลยนะครับ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้ มีเพื่อนของผมท่านนึง เป็นเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันสมัย ป. ตรี ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ในภาคอีสาน (ขอสงวนชื่อ มหา’ลัยนะครับ) ซึ่งพวกเราก็ได้ร่วมหัวจมท้ายกันมานักต่อนัก ผ่านเรื่องราวทั้งดี และร้ายมาด้วยกันตลอด จนกระทั้งได้จบการศึกษาไป ต่างคนก็ต่างทำงาน มีภาระหน้าที่กันไป

            และช่วงระหว่างรอหางานหลังจบการศึกษาใหม่ๆ เพื่อนผมคนนี้และเพื่อนอีก 3 คน ได้มาทาบทามผม ให้ร่วมหุ้นจัดตั้งบริษัทในการรับเหมางานทางด้านโทรคมนาคม ซึ่งในตอนนี้ ผมมีความสนใจมากๆ แต่ว่าด้วยความที่ไม่พร้อมในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเรื่องการเดินทาง พาหนะ ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล และที่สำคัญคือ “ด้านการเงิน” และหลังจากนั้น พวกเราเลยได้ห่างหายกันไปตามกาลเวลา

            จนกระทั้งเวลาได้ล่วงเลยมาเกินกว่า 2 ปี

เพื่อน     : “สบายดีมั้ยพวก ทางนั้นโอเคมั้ย ???”

            ผม        :  อ้อ ตอนนี้ก็เรื่อยๆนะ ว่าแต่มีเรื่องอะไรรึป่าว ไม่ได้คุยกันมาตั้งนาน หายหัวไปไหนมา

            เพื่อน     :  ก็ทำงานเรื่อยๆนะ งานรับเหมาก็พอได้เงินดีอยู่นะตอนแรกๆ

            ผม        :  เอ้า แล้วตอนนี้เป็นยังดีอยู่มั้ยล่ะ อยากมีคนงานเพิ่มมั้ย เดี๋ยวจะไปเป็นคนงานให้

            เพื่อน     :  คนงานไม่เท่าไหร่หรอก แต่ตอนนี้ช๊อตมาก เงินขาดมือ

            ผม        :  อ้าว กรรม ทำไมกลายเป็นแบบนั้นไปได้ล่ะ

            เพื่อน     :  ทางหัวหลัก (น่าจะเป็นคนที่จัดจ้าง) ยังไม่ทำเรื่องเบิกจ่ายค่ารับเหมาเลย ตอนนี้ได้เอาเงินตัวเองจ่ายคนงานไปหมดแล้ว ตอนนี้เครียดมากๆ เงินจะเอาไปซื้อนมให้ลูกก็ยังไม่พอเลย (เพื่อนผม เป็นพ่อลูกอ่อน)

            ผม        :  แล้วเอางัยดีละทีนี้ ……….. (ผมพยายามหาทางออกช่วยเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาถึง 4 ปี)

            เพื่อน     :  มีให้เรายืมมั้ย เราขอยืม 3,000 บาท ได้มั้ย เราได้เงินรับเหมามาเมื่อไหร่ เราจะใช้คืนทันที

            ผม        :  ได้นะ แต่ว่านายรอเราก่อนได้มั้ย เราก็ไม่ค่อยมีเหมือนกัน 3000 สำหรับเรามันก็ไม่น้อยนะ

            เพื่อน     :  ได้เลยพวก เราจะรอนะ อันนี้เลข บช.เรา …….. นะ อย่าลืมนะ 3,000บาท

            ในคืนนั้นผมแทบนอนไม่หลับ เลยได้แต่เก็บเรื่องนี้มาครุ่นคิดทั้งคืน อีกใจนึงก็กลัวว่าเพื่อนจะชิ่งเงินเราไปรึป่าว แต่อีกใจนึงก็คิดว่า “นั่นเพื่อนที่เราร่วมหัวจมท้ายมาตั้งนานนะเว้ย!!!” ผมเลยกังวลมาพอสมควรกับเงินที่เพื่อนจะยืม 3,000 บาท นี้ ซึ่งผมก็กลัวว่าเพื่อนของผมคนนี้ จะมีพฤติกรรมคล้ายๆกับรุ่นน้องที่เคยยืมเงินผมไป

            ผมนึกขึ้นได้ว่ามีเงินที่ผมได้เก็บออมไว้ ใส่ไว้ในกระปุกเวย์ ที่เก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า เลยลองเอาออกมานับดูในคืนนั้นเลย แต่โชคไม่ค่อยเข้าข้างเท่าไหร่ เพราะว่าเงินในกระปุกเวย์ ที่ผมแอบเก็บให้พ้นมือตัวเองนั้น ผมได้เอาไปซื้อลำโพงบลูทูธรุ่นที่ผมอยากได้อยู่พอดี เลยมีความคิดที่ผุดขึ้นมาได้ว่า “พรุ่งนี้ เอาเท่าที่มีไปแลกที่ธนาคารดีกว่า มีเท่าไหร่ ก็ให้ยืมเท่านั้น”

            แต่กลับมีอีกเสียงแว่วลอยเข้ามาในหัวว่า “เงินแค่ 3000 บาท ทำไมระดับหัวหน้าคนงาน จะไม่มีเก็บ รถยนต์ก็มี รถมอเตอร์ไซต์ (เพื่อน)มันก็มี ทำไมไม่เอาไปจำนำ รึไม่ก็เอามอไซต์ฯไปรีไฟแนนซ์ ซะก็สิ้นเรื่อง” ผมเลยพยายามติดต่อเพื่อนผมอีกครั้ง เพื่อลองหาแนวทางแก้ไขเรื่องนี้ เผื่อว่าเพื่อนผมน่าจะพอมีทรัพย์สินอะไรเหลือบ้าง อย่างน้อยก็น่าจะเหลือมากพอที่จะเอาไปจำนำ หรือว่าเอาไปรีไฟแนนซ์ http://www.sabaikrapao.com

ช่วงเช้าวันถัดมา ผมได้แบกกระปุกเวย์ที่บรรจุไปด้วยเงินเก็บของผมมุ่งหน้าไปยังธนาคาร เพื่อแลกเป็นเงิน แล้วจะทำการโอนไปให้เพื่อนของผม ในระหว่างทาง ผมเลยได้ลองหาข้อมูลเรื่องเงินกู้ ทั้งใน และนอกระบบ ผมอยากรู้เหมือนกันว่า ถ้าหากจะลองกู้เงินซัก 2000 – 5000 บาท จะต้องเสียดอกเบี้ยมากน้อยเท่าไหร่ แต่พอดูไปดูมาแล้ว ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่เลยกับเรื่องเงินกู้นอกระบบ อาจจะเป็นเพราะว่าตัวผมเองแอนตี้เรื่องนี้ก็เป็นได้ เพราะว่าครอบครัวผม เคยเป็นลูกหนี้ของเงินกู้นอกระบบมาแล้ว ซึ่งระบบเก็บเงินแบบรายวันในตอนนั้น ดอกเบี้ยโหดเอาเรื่องพอสมควร ผมเลยลองหาข้อมูลเรื่องการรีไฟแนนซ์มอเตอร์ไซดู แต่ก็มีข้อมูลท่าน่าสนใจเยอะ (เยอะมากกกกกกก) พอสมควร    อย่างเช่น

  • รีไฟแนนซ์มอเตอร์ไซ 1x,xxx บาท จ่าย 5xx บาท ในเวลา 30 เดือน (แต่ถ้าเราปิดยอดได้ เราก็ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยที่แพงขึ้น)  วงเงินไม่เกิน 3x,xxx บาท ไม่เช็คเครดิตบูโร หากเอกสารครบ รับเงินภายใน 3 ชม

แต่ก็ไม่แคล้วต้องไปหาข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มในเว็บบอร์ดเว็บดังของไทยเรา มีทั้งคนสนับสนุน มีทั้งคนออกมาเตือนว่า ให้ระวังในการทำเรื่องรีไฟแนนซ์มอเตอร์ไซต์ให้มาก ๆ เพราะถ้าหากทำสัญญากับไฟแนนซ์ที่ไม่น่าเชื่อถือ อาจจะโดยดอกเบี้ยที่สูง หรือโดยหลอกโดยไม่รู้ตัวเลยก็เป็นได้ sabaikrapao.com

ผมเริ่มพอมีข้อมูลเรื่องรีไฟแนนซ์เลยติดต่อเพื่อนผมไปบ้าง ปรากฏว่า เพื่อนผมได้ทำการรีไฟแนนซ์มอเตอร์ไซต์ พร้อมกับรถกระบะไปเรียบร้อยแล้ว สงสัยเรื่องนี้คงต้องตัดทิ้งไป และกำเงินที่เหลือนี้ น่าจะราว ๆ 2500 บาท เอาไปให้เพื่อนที่กำลังเดือนร้อน  (ส่วนเรื่องการรีไฟแนนซ์มอเตอร์ไซต์/รถยนต์ และ พิโคไฟแนนซ์(Pico finance) ในกระทู้หน้าเดี๋ยวผมจะเอาข้อมูลมาแชร์อีกทีนะครับ ตอนนี้ขอรวบรวมข้อมูลให้ได้มากกว่านี้ก่อน เผื่อจะได้เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆในทีนี้อีกครั้งหนึ่งนะครับ)

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ธนาคารได้ทำการนับเงินในกระปุกเวย์ที่ผมแบกมาด้วยนั้น เงินมีอยู่ 2200 บาท (ผิดคาดแฮะ) ผมเลยได้ทำการโอนไปให้เพื่อนของผมเป็นที่เรียบร้อย หลังจากนี้ก็รอคอยให้ทางเพื่อนของผมได้รับเงินก้อน จากการไปทำงานรับเหมาซะที เพราะอีกไม่นาน ตัวผมเองก็อาจจะประสบปัญหานี้ในไม่ช้า

นี่แหล่ะครับ ปัญหาการเป็นอยู่ในทุกวันนี้ ถ้าหากว่าเราไม่มีการจัดการในเรื่องการเงินที่ดี และรอบคอบมากพอ โดยที่เราไม่ได้ทำการเก็บออม หรือว่ามีเงินทุนสำรองไว้ เพื่อนๆทุกคน ก็อาจจะไม่พบกับปัญหา เหมือนกับเพื่อนของผมคนนี้ก็เป็นได้ อย่าลืมแบ่งเงินไว้เป็นหลายๆส่วนนะครับ

“การบริหารความเสี่ยง คือลาภอันประเสริฐ”

The Mae Hong Son Loop And The Nan Loop

The Mae Hong Son Loop

You will be covering a distance of 670 kilometers during your journey from Chiang Mai to Mae Sariang, Mae Hong Son and Pai.

This is a bike trip that passes through the incredibly scenic mountainous regions of Thailand. The cool Me Hong Son province will enchant you along its way. You have to start from Chiang Mai and from there pass by the rugged wilderness and diverse landscapes of Northern Thailand. While you return to Chiang Mai from Pai you will cross over 1864 curves!

There will be hilly tribal villages, caves, waterfalls, Buddhist temples on the way and you must have kept time to explore every destination. If you wish you can also ride to the highest peak of Thailand the Doi Inthanon Mountain.

You must remember that roads are most treacherous and there are a number of twists and curves to pass through. It is best to ride in clockwise direction. For novice it is not advisable to take this trip at first. Try something that is easier.

The Nan Loop

Covering a distance of over 650 kilometers this trip will start from Chiang Mai but you will go to Phayao, then to Chiang Muan, Nan, and reach Chiang Mai again from Lampang. The main attraction along this route is the Than Tong waterfall, Doi Phuka National Park, Temples of Phayao, Santisuk Waterfalls, Mae Kachan hot spring, Big Reclining Buddha in Phrae and others. You should not miss the horse carriage rise at Lampang.

It is considered among one of the top 10 biking routes of the world. You will pass thorugh the most scenic beauties along the way on Highway No. 1148. There are many places out there in this route where the number of tourists are really less. That means you will get enough chance to enjoy the true Thailand culture in these villages that comes in your way.